จากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิถล่มกลุ่มประเทศในมหาสมุทรอินเดีย
รวมทั้งหลายจังหวัดในแถบอันดามันของบ้านเรา ทำให้แทบไม่มีใครไม่รู้จักคลื่นยักษ์ที่มีชื่อในภาษาญี่ปุ่นอันไม่คุ้นเคยนี้อีกแล้ว
คลื่นสึนามิ เป็นกลุ่มคลื่นขนาดยักษ์ ในภาษาอังกฤษเรียกแบบเห็นภาพว่า a tsunami wave train (ขบวนคลื่นยักษ์) ซึ่งจะเกิดเฉพาะในแหล่งน้ำขนาดใหญ่มากๆ อย่างมหาสมุทรเท่านั้น
สึนามิ ในภาษาญี่ปุ่นแปลตรงตัวว่า คลื่นหลบซ่อน เกิดขึ้นบ่อยมากที่ญี่ปุ่น นับจากครั้งแรกจนถึงตอนนี้ก็เคยเกิดมาแล้วราวๆ 195 ครั้ง ด้วยความที่มีพื้นที่เป็นเกาะ ล้อมรอบด้วยมหาสมุทรใหญ่
สึนามิมีอำนาจทำลายล้างสูง สามารถสร้างความเสียหายให้พื้นที่ชายฝั่งได้เป็นวงกว้าง และไม่แปลกที่จะมีคนเสียชีวิตจากเหตุสึนามิเป็นจำนวนมหาศาล เนื่องเพราะคลื่นดังกล่าวมีความเร็วเกินกว่าที่มนุษย์จะวิ่งหนีได้ทัน
แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด หรืออะไรก็ตามที่เป็นการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงใต้น้ำ แม้แต่การทดลองอาวุธนิวเคลียร์ ก็สามารถจะทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิได้ทั้งนั้น
ตูซีดีเดส นักประวัติศาสตร์ชาวกรีก เป็นคนแรกที่ค้นพบความสัมพันธ์ระหว่างการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงใต้น้ำกับ การเกิดคลื่นยักษ์สึนามิ แม้กระนั้น ในศตวรรษที่ 20 คนเราก็ยังรู้เบื้องหลังเบื้องลึกเกี่ยวกับสึนามิน้อยมาก โดยนักธรณีวิทยาและนักสมุทรศาสตร์ ก็เพียงให้นิยามไว้ว่า สึนามิ คือคลื่นที่เกิดจากแผ่นดินไหวใต้น้ำเท่านั้น
คลื่นยักษ์สึนามิ ไม่ใช่นานๆ เกิดทีอย่างที่เข้าใจ หรือดังคำที่นำมาพยายามปลอบขวัญกันหลังจากที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2004 ที่จังหวัดแถบอันดามัน
เมื่อศตวรรษที่ 20 ที่ผ่านมา เกิดสึนามิอย่างน้อย 25 ครั้งทั่วโลก ส่วนใหญ่เกิดแถบพื้นที่ชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก โดยเฉพาะที่ประเทศญี่ปุ่น
สึนามิครั้งแรกที่บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ (หนังสือของตูซีดีเดส) บอกว่าต้องย้อนไปในปี 426 ก่อนคริสตกาล ในเพโลโพนิเชีย
ขณะที่นักประวัติศาสตร์ชาวโรมัน อัมมิอานุส มาร์เชลลินุส ก็เคยบันทึกเหตุการณ์ก่อนเกิดคลื่นยักษ์ว่า มีแผ่นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงในปีค.ศ. 365 ก่อนคลื่นยักษ์จะตามมากลืนเมืองอเล็กซานเดรียให้กลายเป็นอดีตไป หลังจากนั้นก็มีสึนามิเกิดขึ้นอีกหลายต่อหลายครั้ง
สึนามิในมหาสมุทรอินเดีย ปี 2004 ขึ้นชื่อว่าเป็นมหันตภัยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ โดยมีคนเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวทั้งสิ้นมากกว่า 3 แสนราย ไม่รวมคนที่สูญหายไปรวมกันแล้วนับล้านคน
หลังมหันตภัยครั้งใหญ่ปี 2004 ที่มหาสมุทรอินเดีย นักอุตุนิยมวิทยาแห่งศตวรรษที่ 21 ต่างก็เริ่มตื่นตัวกับเหตุคลื่นยักษ์ กระทั่งเริ่มมีหน่วยงานอุตุนิยมทางด้านสึนามิโดยเฉพาะขึ้นมา และนับรวมเอาความแปรปรวนทางอากาศที่ทำให้เกิดคลื่นยักษ์อย่าง สตอร์ม เซิร์จ รวมเข้าไปในหน่วยงานนี้ด้วย หลังจากเกิดเหตุการณ์พายุไซโคลนนาร์กีสถล่มเมียนมาร์ในปี 2008
นักธรณีวิทยาและนักอุตุนิยมสึนามิเชื่อตรงกันว่า ความเสียหายครั้งประวัติศาสตร์อาจจะถูกลบสถิติได้ในอนาคต ศาสตราจารย์กอสตาส ซีโนลาคิส แห่งศูนย์วิจัยสึนามิ เซาท์แคลิฟอร์เนีย เขียนบทความตีพิมพ์ในวารสารทางธรณีวิทยาหลายสำนัก บอกว่า มีแนวโน้มว่าจะเกิดเหตุสึนามิที่รุนแรงกว่าปี 2004 ได้อีก
โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงอย่าง มาดากัสการ์ สิงคโปร์ โซมาเลีย ออสเตรเลียตะวันตก และอีกหลายๆ แห่ง
โดย เคอร์มิท
หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2552